ยอมรับทั้งหมด

มาตรา 1 (วัตถุประสงค์)

ข้อกำหนดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเรื่องอื่น ๆ ที่จำเป็นระหว่าง “บริษัท” และ “สมาชิก” ในการใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับการช็อปปิ้งของ Dong Up Ja (Thailand)

มาตรา 2 (คำนิยาม)

คำศัพท์ที่ใช้ในข้อกำหนดนี้มีความหมายดังต่อไปนี้:

1. “บริการ” หมายถึง บริการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการช็อปปิ้งที่ Dong Up Ja (Thailand) โดยสมาชิกสามารถใช้งานได้ ไม่ว่าจะผ่านอุปกรณ์ใด ๆ (PC, TV, อุปกรณ์พกพา,อุปกรณ์ไร้สายใด ๆ)

2. “สมาชิก” หมายถึง ลูกค้าที่เข้าถึง “บริการ” ของ “บริษัท” และทำสัญญาใช้งานตามข้อกำหนดนี้ รวมถึงใช้บริการที่บริษัทจัดให้

3. “ผู้ขาย” หมายถึง ผู้ประกอบการที่ลงโฆษณาหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าใน “บริการ” และมีความรับผิดชอบต่อการให้คำปรึกษา การรับคำสั่งซื้อ การชำระเงิน การจัดส่ง การเปลี่ยนหรือคืนสินค้า และการให้บริการหลังการขายทั้งหมด

มาตรา 3 (การเผยแพร่และการแก้ไขข้อกำหนด)

1. “บริษัท” จะเผยแพร่เนื้อหาของข้อกำหนดนี้ออนไลน์ใน “บริการ” หรือผ่านหน้าจอเชื่อมโยง เพื่อให้สมาชิกเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย

“บริษัท” สามารถแก้ไขข้อกำหนดนี้ได้ภายในขอบเขตที่ไม่ละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เมื่อมีการแก้ไขข้อกำหนด บริษัทจะระบุวันที่มีผลบังคับใช้ พร้อมเผยแพร่ข้อกำหนดปัจจุบันและข้อกำหนดที่ได้แก้ไข ทางออนไลน์ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันที่เริ่มใช้ สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ส่งผลกระทบสำคัญต่อสิทธิหรือหน้าที่ของสมาชิก ให้ประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน

หากบริษัทได้แจ้งให้สมาชิกทราบอย่างชัดเจน ถือว่ารับทราบข้อกำหนดแก้ไข และสมาชิกสามารถยกเลิกสถานภาพสมาชิกและการใช้บริการได้หากไม่ยอมรับข้อกำหนดที่แก้ไข

มาตรา 4 (การตีความข้อกำหนด)

“บริษัท” สามารถกำหนดนโยบายการดำเนินงานเพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อกำหนดนี้ได้ตลอดเวลา

เรื่องที่ไม่ได้ระบุในข้อกำหนดหรือการตีความ ให้ยึดตามนโยบายการดำเนินงาน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือธรรมเนียมปฏิบัติ

มาตรา 5 (การทำสัญญาใช้งาน)

สัญญาใช้งานเกิดขึ้นเมื่อผู้ที่ประสงค์จะเป็นสมาชิก (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้สมัคร”) ยอมรับข้อกำหนดและสมัครใช้ “บริการ” และบริษัทรับสมัครเข้าเป็นสมาชิกนั้น

บริษัทจะรับสมัครผู้ที่สนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิก แต่บริษัทสามารถปฏิเสธหรือยกเลิกสัญญาได้ในกรณีดังต่อไปนี้:

1)ผู้สมัครไม่ใช่ผู้ใช้ Dong Up Ja (Thailand)

2)ผู้สมัครเคยสูญเสียสถานะสมาชิกตามข้อกำหนดนี้มาก่อน ทั้งนี้ผู้สมัครสามารถสมัครใหม่อีกครั้งตามกำหนดเวลาของการตัดสินนั้นๆ ได้รับอนุมัติให้สมัครใหม่พิจารณาเป็นกรณีไป

3)ใช้ชื่อปลอมหรือชื่อผู้อื่น

4)ให้ข้อมูลเท็จหรือไม่กรอกข้อมูลตามที่บริษัทกำหนด

5)อายุต่ำกว่ากฎหมายกำหนด

6)การสมัครขัดต่อข้อกำหนดหรือมีเหตุผลที่ไม่สามารถอนุมัติได้

บริษัทอาจขอการยืนยันตัวตนจริงผ่านหน่วยงานต่างๆ

บริษัทสามารถระงับการอนุมัติหากมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ เทคนิค หรือการดำเนินงาน

หากไม่อนุมัติหรือระงับการสมัคร บริษัทจะแจ้งให้ผู้สมัครทราบตามหลักการ

สถานะมีผลสมบูรณ์เมื่อบริษัทแสดงสถานะสมัครสมบูรณ์ในขั้นตอนการสมัคร

มาตรา 6 (หน้าที่ในการจัดการ ID และรหัสผ่านของ “สมาชิก”)

สมาชิกมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการ IDและรหัสผ่านของตนเอง ต้องเก็บเป็นความลับ และห้ามให้บุคคลภายนอกใช้ ID และรหัสผ่านนั้น

บริษัทสามารถจำกัดการใช้งาน ID หากเห็นว่า ID นั้นเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล หรือขัดต่อสังคมและศีลธรรมอันดี หรืออาจทำให้เข้าใจผิดว่ามาจากบริษัทหรือผู้บริหารของบริษัท

หากสมาชิกทราบว่า ID และรหัสผ่านถูกขโมยหรือถูกใช้งานโดยบุคคลภายนอก ต้องแจ้งให้บริษัททราบทันทีและปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัท

ในกรณีที่สมาชิกไม่แจ้งให้บริษัททราบตามวรรค 3 หรือแม้แจ้งแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัท บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายหรือผลเสียใด ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น

มาตรา 7 (หน้าที่ของบริษัท)

บริษัทจะไม่กระทำการขัดต่อกฎหมายหรือขัดแย้งต่อศีลธรรมอันดี และจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้บริการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

บริษัทจะจัดให้มีระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล (รวมถึงข้อมูลเครดิต) ของสมาชิก และจะเผยแพร่และปฏิบัติตามนโยบายการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

หากมีข้อเสนอแนะหรือข้อร้องเรียนและบริษัทเห็นว่าเป็นเรื่องถูกต้อง บริษัทจะต้องดำเนินการแก้ไข และจะแจ้งผลการดำเนินการแก่สมาชิกผ่านกระดานข่าวหรืออีเมล

มาตรา 8 (หน้าที่ของสมาชิก)

สมาชิกห้ามกระทำการดังต่อไปนี้:

1) กรอกข้อมูลเท็จในการสมัครใช้บริการหรือแก้ไขข้อมูลอันเป็นเท็จ

2) ใช้ข้อมูลของผู้อื่น

3) แก้ไขข้อมูลที่บริษัทเผยแพร่

4) ส่งหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลที่บริษัทกำหนด เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์

5) ละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทหรือบุคคลที่สาม

6) ทำลายชื่อเสียงหรือกีดขวางการดำเนินงานของบริษัทหรือบุคคลที่สาม

7) เผยแพร่ข้อมูลลามกอนาจารหรือรุนแรง ข้อความ รูปภาพ เสียง หรือเนื้อหาที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี ให้ร้าย ใส่ร้ายป้ายสี ข้อมูลอันเป็นเท็จ สร้างความเกลียดชังและสร้างความแตกแยก ต่อเว็บไซต์หรือบุคคลที่สาม

8) ใช้บริการเพื่อหากำไรโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท

9) เข้าถึงบริการโดยใช้เอเจนต์ สคริปต์ สไปเดอร์ สปายแวร์ ทูลบาร์ หรือวิธีอัตโนมัติอื่น ๆโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือสร้างจำนวนการเข้าชมและคลิกอย่างไม่ถูกต้อง

10) ยักยอกหรือช่วยเหลือในการยักยอกผลประโยชน์ทางทรัพย์สินที่บริษัทได้รับจากผู้ขาย รวมถึงการดัดแปลงข้อมูลที่ส่งไปยังผู้ขายผ่านบริการหรือคอมพิวเตอร์ของสมาชิกโดยไม่ได้รับอนุญาต

11) กระทำความเสียหายต่อผู้ขายโดยการละเมิดข้อกำหนดข้างต้น

12) กระทำการผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสมอื่น ๆ

สมาชิกต้องปฏิบัติตามกฎ ข้อกำหนดในสัญญานี้ ข้อแนะนำในการใช้บริการ ประกาศที่เกี่ยวข้อง และข้อบ่งชี้ที่บริษัทแจ้ง รวมถึงไม่ก่อกวนการดำเนินงานของบริษัท

มาตรา 9 (ลิขสิทธิ์ของเนื้อหา)

เนื้อหาหมายถึง ข้อความ รูปภาพ คำถามและคำตอบที่สมาชิกโพสต์ในกระดานบริการ

ลิขสิทธิ์ของเนื้อหาที่สมาชิกโพสต์เป็นของผู้สร้างเนื้อหานั้น

เนื้อหาที่สมาชิกโพสต์อาจถูกเผยแพร่ในผลการค้นหาของ Dong Up Ja (Thailand) หรือโปรโมชั่นของบริการ และสามารถแก้ไข คัดลอกหรือปรับแต่งเพื่อการเผยแพร่ในขอบเขตที่จำเป็นได้ โดยบริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายลิขสิทธิ์ สมาชิกสามารถลบ แสดงหรือปิดเนื้อหานั้นได้ทุกเวลา

หากบริษัทต้องการใช้เนื้อหาในวิธีอื่นที่ไม่รวมในวรรค 3 จะต้องได้รับความยินยอม จากสมาชิกล่วงหน้าทางโทรศัพท์ หรืออีเมล

มาตรา 10 (การจัดการเนื้อหา)

ความสูญเสียหรือปัญหาใด ๆ ที่เกิดจากเนื้อหาของสมาชิกเป็นความรับผิดชอบของสชมาชิกแต่เพียงผู้เดียว บริษัทจะไม่รับผิดชอบแต่อย่างใด

สมาชิกห้ามโพสต์เนื้อหาที่ละเมิดศีลธรรมอันดี ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอื่น ๆ ของบุคคลที่สาม หากเกิดผลลัพธ์จากเนื้อหาดังกล่าว สมาชิกต้องรับผิดชอบทั้งหมด

บริษัทสามารถลบ ย้าย หรือปฏิเสธการลงทะเบียนเนื้อหาที่เห็นว่าไม่เหมาะสมโดยไม่แจ้งล่วงหน้าได้ เช่น

1. เนื้อหาที่ดูหมิ่นหรือทำลายชื่อเสียงของสมาชิกหรือบุคคลที่สาม

2. เนื้อหาลามกอนาจาร หรือข้อมูล ข้อความ รูปภาพ เสียง หรือวิดีโอที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี หรือส่งลิงค์ไปยังเนื้อหาดังกล่าว

3.กรณีเนื้อหามีความคิดเห็นทางการเมืองส่วนบุคคลหรือความเชื่อทางศาสนา ซึ่งไม่สอดคล้องกับลักษณะของบริการของบริษัท

4.กรณีเนื้อหามีความคิดเห็นทางการเมืองส่วนบุคคลหรือความเชื่อทางศาสนา ซึ่งไม่สอดคล้องกับลักษณะของบริการของบริษัท

5.เนื้อหาที่เป็นการโฆษณาเพื่อการค้าเชิงพาณิชย์โดยมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นกำไร

6.เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมซึ่งสามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน

7.เนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิอื่น ๆ ของผู้ใช้หรือบุคคลที่สาม

8.เนื้อหาที่ละเมิดหลักเกณฑ์การโพสต์ที่บริษัทกำหนด หรือไม่สอดคล้องกับลักษณะของบอร์ด/บริการ

9.การใส่ร้ายโดยไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับบริษัทหรือสินค้าเฉพาะ และการเปรียบเทียบราคาที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินธุรกิจ

10.เนื้อหาที่บริษัทพิจารณาว่าละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 11 (การถือครองสิทธิ์)

1. 1. ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับ “บริการ” เป็นของบริษัท ยกเว้น “โพสต์ของสมาชิก” และงานที่ได้รับตามสัญญาความร่วมมือ

2. 2. บริษัทให้สิทธิ์สมาชิกในการใช้ “บริการ” ตามเงื่อนไขที่กำหนดเท่านั้น สมาชิกไม่สามารถโอน ขาย หรือใช้เป็นหลักประกันได้

มาตรา 12 (การยกเลิกสัญญาและการเลิกใช้บริการ)

สมาชิกสามารถขอยกเลิกสัญญาได้ทุกเวลา โดยแจ้งผ่านบริษัทหรือเมนูจัดการข้อมูลส่วนตัว

เมื่อสมาชิกยกเลิกสัญญา ข้อมูลสมาชิกทั้งหมดจะถูกลบทันที ยกเว้นข้อมูลที่บริษัทต้องเก็บตามกฎหมายหรือพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

ข้อมูลการใช้บริการแบบสมาชิกจะถูกลบทันทีหลังยกเลิก แต่โพสต์ของสมาชิกในบริการจะไม่ถูกลบ สมาชิกต้องลบก่อนยกเลิก

บริษัทสามารถยกเลิกสัญญาได้ หากสมาชิกละเมิดข้อกำหนดหรือกฎหมาย

บริษัทสามารถยกเลิกหรือถอนสมาชิกในกรณี:

1)ไม่ลงทะเบียนผู้แนะนำอย่างน้อย 1 คนต่อรอบ

2)ไม่ทำการแนะนำที่จำเป็นเกิน 5 รอบ

หากสมาชิกถูกยกเลิกในคลาส/แผนหลัก จะถูกถอนจากทุกคลาส/แผนอัตโนมัติ

หากสมาชิกลอกเลียนแบบการตลาดของบริษัท

มาตรา 13 (การจำกัดการใช้บริการ)

บริษัทสามารถจำกัดการใช้บริการ เช่น เตือน ระงับชั่วคราว ระงับถาวร ถอนการเป็นสมาชิก หากสมาชิกละเมิดข้อกำหนดหรือรบกวนการดำเนินงาน

หากสมาชิกละเมิดกฎหมาย เช่น การแอบอ้างชื่อ, การใช้โปรแกรมผิดกฎหมาย, การแฮก, การแพร่ไวรัส, การเกินสิทธิ์การเข้าถึง บริษัทสามารถระงับถาวรทันที โดยสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจะถูกยกเลิกทันที

หากสมาชิกไม่ล็อกอินเกิน 3 เดือน บริษัทสามารถจำกัดการใช้งานเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูล

เงื่อนไขและรายละเอียดการจำกัดการใช้บริการจะเป็นไปตามนโยบายการดำเนินงานของบริษัท

การจำกัดหรือยกเลิกการใช้บริการจะถูกแจ้งตามมาตรา 15

สมาชิกสามารถยื่นคำร้องหากเห็นว่าไม่เป็นธรรม บริษัทจะพิจารณาและสามารถเปิดใช้บริการอีกครั้งหากเห็นสมควร

มาตรา 14 (การแจ้งสมาชิก)

บริษัทสามารถแจ้งสมาชิกทางอีเมลหรือข้อความอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่จะมีข้อกำหนดอื่นในข้อตกลง

การแจ้งสมาชิกทั้งหมดสามารถใช้การโพสต์บนบอร์ดบริการไม่น้อยกว่า 7 วันแทนการแจ้งส่วนบุคคล

มาตรา 15 (ข้อจำกัดความรับผิดของบริษัท)

บริษัทไม่รับผิดชอบกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือแรงบังคับภายนอกทำให้ไม่สามารถให้บริการได้

บริษัทไม่รับผิดชอบหากสมาชิกเกิดปัญหาการใช้บริการที่เกิดจากความผิดพลาดของตนเอง

บริษัทไม่รับผิดชอบในความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่สมาชิกโพสต์

มาตรา 16 (กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล)

กฎหมายที่ใช้บังคับระหว่างบริษัทและสมาชิกคือ กฎหมายไทย

คดีความหรือข้อพิพาทระหว่างบริษัทกับสมาชิกจะยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งไทย

มาตรา 17 (กฎการดำเนินงานพื้นฐาน)

สมาชิกทุกคนเริ่มต้นที่ คลาส (แผน) A

คลาส (แผน) ใหม่เริ่มต้นด้วย จำนวนเงินที่บริษัทกำหนด

หากคลาส (แผน) ใหม่เปิด สมาชิกต้อง ลงทะเบียนในคลาสนั้น

รหัสหลักของแต่ละคลาส (แผน) จะถือว่า “สำเร็จ” (Graduation) เมื่อสมาชิกทำครบรอบตามรอบของแต่ละคลาส(แผน) เมื่อสำเร็จ:

1) ยอดขายของคลาสนั้นจะ ปิดการทำงาน

2) Avatar ของสมาชิกจะถูกลบ

สมาชิกต้องแนะนำอย่างน้อย 1 คนต่อรอบ หากไม่ทำตาม จะถูก ยกเลิกสัญญาหรือถอนสมาชิก

หากสมาชิกถูก ตัดสิทธิ์ จะถูกถอนออกจาก ทุกคลาส (แผน)

โบนัสความสำเร็จในแต่ละคลาสจะจ่าย แตกต่างตามอัตราการทำยอดปิดคลาส

เมื่อสมาชิกสำเร็จแต่ละคลาส (Graduation):

1) ข้าพเจ้าขอให้ความยินยอมให้บริษัทดำเนินการแทนข้าพเจ้าในการจัดสรรเงินจำนวน 10% จากรายได้ที่ข้าพเจ้าได้รับในรอบที่ 15 และรอบที่ 16 โดยแบ่งสัดส่วนในอัตรา 7:3 ระหว่างผู้ที่แนะนำและศูนย์บริการของบริษัท

2) สมาชิกจ่าย เงินขอบคุณให้แก่ศูนย์/เซ็นเตอร์ ตามที่บริษัทกำหนด โดยหักจากโบนัสของสมาชิก

กฎ ระเบียบ จรรยาบรรณ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 15 ธันวาคม 2568

[ หนังสือยินยอมการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล]

Dong Up Ja (Thailand) (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้เครือข่ายข้อมูลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งให้ลูกค้าทราบผ่านนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่ลูกค้าให้มาจะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด วิธีการใช้อย่างไร และมีมาตรการใดในการปกป้องข้อมูล

รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมและวิธีการเก็บรวบรวม

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

  • บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้เพื่อใช้ในการสมัครสมาชิก การปรึกษา และการสมัครใช้บริการ

    -เมื่อสมัครสมาชิก : ชื่อ, เลขบัตรประชาชน, วันเกิด, รหัสผ่าน, เบอร์โทรศัพท์มือถือ, ที่อยู่, อีเมล, Line ID, ชื่อธนาคาร, หมายเลขบัญชี, ชื่อเจ้าของบัญชี

    -เมื่อสมัครใช้บริการ : ที่อยู่, ข้อมูลการชำระเงิน

  • ระหว่างการใช้บริการหรือการดำเนินธุรกิจ อาจมีการสร้างและเก็บรวบรวมข้อมูลดังต่อไปนี้: ประวัติการใช้บริการ, บันทึกการเข้าใช้งาน, IP ที่เชื่อมต่อ, ประวัติการชำระเงิน, ประวัติการใช้งานที่ไม่เหมาะสม

2. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

- ผ่านเว็บไซต์, แบบฟอร์มกระดาษ, แบบสอบถาม, อีเมล, คำขอจัดส่ง, โทรศัพท์, เครื่องมือเก็บข้อมูลที่สร้างขึ้น

วัตถุประสงค์ในการเก็บรักษาและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้:

  • การให้บริการและการดำเนินสัญญาเกี่ยวกับบริการ

    การให้บริการเนื้อหา, การซื้อและชำระเงิน, การจัดส่งสินค้า หรือการจัดส่งใบแจ้งหนี้, การยืนยันตัวตนทางการเงิน และบริการทางการเงิน

  • การจัดการสมาชิก

    การยืนยันตัวตนตามบริการสมาชิก, การระบุตัวบุคคล, การป้องกันการใช้งานไม่เหมาะสมและการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต, การยืนยันความตั้งใจสมัครสมาชิก, การจัดการข้อร้องเรียน, การแจ้งประกาศต่าง ๆ

  • การวิเคราะห์ความถี่ในการเข้าชมหรือสถิติการใช้บริการของสมาชิก

ระยะเวลาในการเก็บรักษาและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

โดยหลักการแล้ว หลังจากบรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว บริษัทจะทำลายข้อมูลดังกล่าวโดยทันทีแต่ข้อมูลบางประเภทจะถูกเก็บรักษาไว้ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. เหตุผลในการเก็บข้อมูลตามนโยบายภายในบริษัท

แม้ว่าสมาชิกจะยกเลิกการใช้งาน บริษัทสามารถเก็บข้อมูลของสมาชิกได้นาน 5 ปี นับจากวันที่ยกเลิกสัญญา เพื่อป้องกันการใช้งานที่ไม่เหมาะสมซ้ำซ้อน, การแก้ไขข้อพิพาท และการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ

2. เหตุผลในการเก็บข้อมูลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลตามข้อกำหนดของกฎหมาย เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทจะเก็บข้อมูลสมาชิก ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดดังนี้:

  • บันทึกเกี่ยวกับสัญญาหรือการยกเลิกสัญญา

    -เหตุผลในการเก็บ: กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

    -ระยะเวลา: 5 ปี

  • บันทึกเกี่ยวกับการชำระเงินและการจัดส่งสินค้า

    -เหตุผลในการเก็บ: กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

    -ระยะเวลา: 5 ปี

  • บันทึกเกี่ยวกับข้อร้องเรียนหรือการแก้ไขข้อพิพาทของผู้บริโภค

    -เหตุผลในการเก็บ: กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

    -ระยะเวลา: 3 ปี

  • บันทึกการเข้าใช้งาน (Log)

    -เหตุผลในการเก็บ: กฎหมายคุ้มครองความลับในการสื่อสาร

    -ระยะเวลา: 3 เดือน

ขั้นตอนและวิธีการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำลายข้อมูลส่วนบุคคลโดยทันทีหลังจากบรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บและใช้ข้อมูล โดยมีขั้นตอนและวิธีการดังนี้:

  • ขั้นตอนการทำลาย

    ข้อมูลที่สมาชิกกรอกเพื่อสมัครสมาชิก จะถูกย้ายไปยังฐานข้อมูลแยกต่างหาก (หรือถ้าเป็นเอกสารกระดาษจะถูกจัดเก็บในตู้เอกสาร) และเก็บรักษาในระยะเวลาที่กำหนดตามนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้นจึงจะทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ย้ายไปยังฐานข้อมูลแยกจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด

  • วิธีการทำลาย

    ข้อมูลที่จัดเก็บในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์จะถูกลบด้วยวิธีทางเทคนิคที่ไม่สามารถกู้คืนได้

การให้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้แก่บุคคลภายนอก แต่มีข้อยกเว้นดังนี้:

  • ในกรณีที่ผู้ใช้ให้ความยินยอมล่วงหน้า
  • ตามที่กฎหมายกำหนด หรือเมื่อหน่วยงานสืบสวนร้องขอภายใต้ขั้นตอนและวิธีการตามกฎหมาย

สิทธิของผู้ใช้และวิธีการใช้สิทธิ

  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบหรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ลงทะเบียนไว้ หรือขอเลิกการสมัครสมาชิกได้ทุกเวลา
  • เพื่อแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ใช้สามารถใช้ฟังก์ชัน “เปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล” หรือขอเลิกการสมัครสมาชิก (ถอนความยินยอม) โดยผ่านกระบวนการยืนยันตัวตน โดยบริษัทจะดำเนินการแก้ไขหรือยกเลิก
  • หรือผู้ใช้สามารถติดต่อผู้รับผิดชอบด้านความเป็นส่วนตัว ทางเอกสาร โทรศัพท์ หรืออีเมล เพื่อให้ดำเนินการโดยทันที
  • หากผู้ใช้ต้องการแก้ไขข้อมูลที่ผิดบริษัทจะไม่ใช้หรือให้ข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลที่สาม จนกว่าจะแก้ไขเสร็จสิ้น และหากได้ให้ข้อมูลที่ผิดแก่บุคคลที่สามแล้วไว้แล้ว บริษัทจะต้องแจ้งผลการแก้ไขให้บุคคลที่สามทราบด้วย
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกลบหรือยกเลิกตามคำขอของผู้ใช้จะถูกจัดการตามระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูล ที่ระบุไว้และจะไม่ถูกเปิดเผยหรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น

การติดตั้ง การใช้งาน และการปฏิเสธอุปกรณ์เก็บข้อมูลอัตโนมัติ

บริษัทจะไม่ใช้คุกกี้ (Cookie) สำหรับการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริการร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

  • ผู้ใช้สามารถรายงานเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการ ของบริษัทไปยังผู้รับผิดชอบด้านความเป็นส่วนตัวหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หากต้องการรายงานหรือปรึกษาเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
  • บริษัทจะรีบดำเนินการทันที